จะเลือกทานผักอะไรดี
นานาคุณประโยชน์จากผัก
ใช้หลักเกณฑ์อะไรในการจำแนกผัก
ชาวสวนผัก ทำสวนผักกี่แบบ แต่ละแบบทำเพื่ออะไร
จะเลือกทานผักอะไรดี


[ขยายดูภาพใหญ่ ]

ผักเป็นพืชที่มีคุณค่าทางอาหารสูง โดยเฉพาะในแง่ของวิตามิน และเกลือแร่ที่จำเป็นต่อโภชนาการ (nutrition) ของมนุษย์ การเลือกบริโภคผักที่มีคุณค่าทางอาหารสูงเป็นประจำ ร่างกายจะได้รับวิตามินและเกลือแร่พอเพียง
ตัวอย่างของผักที่ควรเลือกใช้เป็นอาหาร คือ
ผักที่มีเนื้อสีเหลือง เช่น ฟักทอง แครอท มันเทศ มันฝรั่ง เพราะมีแคโรตีน (carotene) สูง เมื่อเราบริโภคผักเหล่านี้สารแคโรตีนจะ ถูกเปลี่ยนในร่างกายของเราให้กลายเป็นวิตามิน เอ ซึ่งช่วยในการเจริญเติบโตของร่างกาย ให้ความแข็งแรงต่อเยื่อบุต่าง ๆ ช่วยให้ ใช้สายตาในที่มืดได้ดีขึ้น ผู้ที่ขาดวิตามินเอ จะมีร่างกายแคระแกร็น ฟันผุ เป็นหวัดง่าย ตาอักเสบง่าย
ผักใบสีเขียวต่าง ๆ มีวิตามินบี 2 (riboflavin) ที่มีบทบาทในการเผาผลาญการย่อย หรือการใช้อาหารจำพวกคาร์โบไฮเดรต ผู้ที่ขาดวิตามิน บี 2 มักจะเป็นโรคปากนกกระจอก ลิ้นอักเสบ เหงือกอักเสบ โรคผิวหนังแห้ง ผิวลอก ขนร่วง
ถั่วลิสง มีวิตามิน พีพี (vitamin PP หรือ niacin) สูง ป้องกันการเป็นโรคผิวหนังกระ ระบบประสาทพิการ
มะเขือเทศ มะเขือเปรี้ยว มะนาว ผักใบเขียว มีวิตามินซี (ascorbic acid) สูง ผู้ที่ขาดวิตามินนี้จะเป็นโรคโลหิตจาง ซีดเซียว แคระแกร็น กระดูกไม่แข็งแรง เป็นโรคลักปิดลักเปิด หรือเลือดออกตามไรฟัน และเป็นหวัดง่ายWBR>แรง ผู้ที่มีสุขภาพดีมักจะมีฟันแข็งแรง นอกจากนี้ผักเหล่านี้ยังมีธาตุเหล็กสูง ธาตุนี้จำเป็นต่อการสร้างเม็ดโลหิตแดงผู้ที่ขาดธาตุนี้จะเป็นโรคโลหิตจาง
ถั่วเหลือง มีโปรตีนหรือกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของร่างกายสูง การใช้ถั่วเหลืองในรูปต่าง ๆ เช่น ถั่วงอก เต้าเจี้ยว เต้าหู้ น้ำนม ถั่วเหลือง ถั่วแผ่น เนื้อเกษตร (เนื้อเทียมที่ทำจากถั่ว) สามารถช่วยเพิ่มอาหารโปรตีนในท้องที่ที่ขาดอาหารโปรตีนจากเนื้อสัตว์ ปลา นม และไข่ได้ถั่วอีกหลายชนิดยังอุดมไปด้วยอาหารประเภทไขมันและน้ำมัน (fat & oil) ด้วย การใช้น้ำมันถั่วหรือน้ำมันพืช ยังW BR>ช่วยลดการเป็นโรคเกี่ยวกับเส้นโลหิตอุดตันเกิดจากสารคอเลสเทอรอล (Cholesterol)
นานาคุณประโยชน์จากผัก


[ขยายดูภาพใหญ่ ]

นอกจากผักจะสามารถจัดสรรอาหาร 3 ประเภท คือ
(๑) อาหารประเภทโปรตีนที่ให้ความเจริญเติบโตและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย
(๒) อาหารประเภทแป้งและน้ำตาล และไขมัน น้ำมันที่ให้พลังงาน และความอบอุ่นต่อร่างกาย
(๓) อาหารประเภทวิตามินและเกลือแร่ที่เสริมสร้างให้ร่างกายแข็งแรงปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ
ผักยังมีปริมาณน้ำสูง มีเซลลูโลส (cellulose)หรือกากอาหาร (fiber) ซึ่งสารนี้ช่วยเสริมกิจกรรมการย่อยอาหารและขับถ่ายของร่างกายให้เป็นปกติ ยิ่งไปกว่านั้นผักบางชนิด เช่น พริก ความเผ็ดของพริกยังใช้เป็นเครื่องชูรส และเครื่องกระตุ้นให้เรารับประทานอาหารได้เอร็ดอร่อยขึ้น ผักหลายชนิดใช้สกัดทำสีย้อมอาหารให้น่ารับประทานขึ้น และไม่เป็นพิษเป็นภัยต่อร่างกาย เช่น ดอกอัญชันใช้สกัดสีม่วง ใบเตย ใช้สกัดสีเขียวใบไม้ เป็นต้น
ผักมิใช่แต่จะใช้เป็นอาหารของมนุษย์เท่านั้น แต่ผักยังใช้เป็นอาหารสัตว์ได้ด้วย ดังนั้นเราอาจเปลี่ยนผักให้เป็นเนื้อสัตว์หรือโปรตีนได้ ยิ่งไปกว่านั้นในระยะที่น้ำมันขาดแคลนแทนที่เราจะทิ้งเศษผักกองใหญ่ ๆ ให้เน่าเหม็นโดยไร้ประโยชน์ เราอาจจะใช้เศษผักที่กำลังเน่าเปื่อยไปทำเป็นแก๊สชีวภาพ (biogas) ใช้เป็นพลังงานทดแทนน้ำมันได้รูปหนึ่ง เศษผักที่เหลือจากการสลายตัวแล้วยังสามารถนำไปใช้เป็นปุ๋ยอินทรีย์ หรือ ปุ๋ยธรรมชาติบำรุงดินให้อุดมสมบูรณ์ได้ด้วย
ใช้หลักเกณฑ์อะไรในการจำแนกผัก


[ขยายดูภาพใหญ่ ]

การจำแนกผัก อาจจะกระทำได้หลายวิธีทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความประสงค์ ของผู้จำแนกว่าจะใช้อะไรเป็นหลักเกณฑ์ในการจำแนก เท่าที่ใช้กันทั่ว ๆ ไป มีวิธีการจำแนกอยู่ 5 วิธีด้วยกัน คือ
๑. จำแนกโดยอาศัยหลักเกณฑ์ทางพฤกษศาสตร์ (botanical classification) การจำแนกวิธีนี้นับว่าเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการที่จะกล่าวถึงพืชผักแต่ละชนิด และเป็นวิธีสากลนิยม หลักเกณฑ์การจำแนกก็คงเหมือนวิธีการทางอนุกรมวิธาน ที่ใช้กับพืชที่ว ๆ ไป
๒. จำแนกโดยถือเอาส่วนของพืชที่ใช้บริโภคเป็นเกณฑ์ (classification based on parts used as food) แบ่งเป็นพวก ๆ ดังนี้
๒.๑ พวกที่ใช้ใบ ก้าน ลำต้น (leaves, petioles, stems) เช่น คะน้า ผักกาดหอม ขึ้นฉ่าย ตะไคร้
๒.๒ พวกที่ใช้หัว ซึ่งเกิดจากส่วนราก (roots) เช่น มันเทศ ขิง ข่า
๒.๓ พวกที่ใช้หัว ซึ่งเกิดจากลำต้น แปรรูป (modified stems) แบ่ง 2 เป็น พวกย่อย คือ
ก. พวกหัวที่มีเนื้อแน่น (tuber) เช่น มันฝรั่ง
ข. พวกหัวที่เป็นกลีบเรียงซ้อนกันเป็นชั้น ๆ (bulb) เช่น หอมฝรั่ง (หอมหัวใหญ่) หอมแดง กระเทียม
๒.๔ พวกที่ใช้ผล (fruits) เช่น แตงกวา ฟักเขียว ฟักทอง
๓. จำแนกโดยถือเอาเกณฑ์การปลูก (classification based on cultural requirement) เราจัดพืชผักที่มีความต้องการทางภูมิอากาศ การปลูกการดูแลรักษา โรคแมลงที่รบกวน ที่มีลักษณะคล้ายกันรวมไว้เป็นพวก ๆ เช่น พวกกะหล่ำ (cole crops) พวกแตง (melons) พวกผักสลัด (salad crops) พวกหัว (root crops)
๔. จำแนกโดยถือเอาความคงทนต่ออากาศหนาวของพืชเป็นเกณฑ์ (classification based on winter bardiness) เช่น ผักที่ทนหนาวได้ (hardy vegetables) ผักพวกนี้อาจจะทนความหนาวได้ ถึงแม้ว่าจะมีความหนาวถึงจุดที่เกิดผลึกน้ำแข็ง (frost) ผักที่ไม่ทนหนาว (tender vegetables) เมื่ออุณหภูมิถึงจุดดังกล่าวก็จะตาย อย่างไรก็ตามผักส่วนใหญ่ไม่ทนหนาวจัด แต่ต้องการอากาศอบอุ่น
๕. จำแนกโดยอาศัยลักษณะการเจริญเติบโต หรือ อายุของพืช (classification based on growth characteristics) แบ่งเป็น 3 พวก ย่อย ๆ คือ
๕.๑ พืชผักฤดูเดียว (annual) คือพืชที่มีอายุสั้น ๆ จบชีพจักรภายในปีเดียวหรือฤดูปลูกเดียวส่วนมากเป็นพวกพืชล้มลุก (herbaceous plants) เช่น มะเขือเทส แตงกวา
๕.๒ พืชสองฤดู (biennial) คือพืชที่จบชีพจักรภายใน 2 ปี หรือ 2 ฤดูปลูก ซึ่งเป็นลักษณะของพืชเมืองหนาว ที่ต้องใช้ความเย็นทำลาย การพักตัว (break dormancy) เช่น หอมฝรั่ง กะหล่ำต่าง ๆ พืชเหล่านี้ในฤดูปลูกแรกมีการเจริญเติบโตทางส่วนต้น (vegetative growth) เมื่อการ พักตัวถูกทำลายแล้ว ในฤดูปลูกหลังจะมีการเจริญทางการสืบพันธุ์ (reproductive growth)
๕.๓ พืชยืนต้น (perennial) คือพืชที่จบชีพจักรภายใน 3 ปี หรือ 3 ฤดูปลูก หรือมากกว่า แบ่งเป็น 2 พวกย่อย คือ
ก. พวกพืชยืนต้นสลับล้มลุก (herbaceous perennial)
ข. พวกพืชยืนต้นสลับล้มลุก (herbaceous perennial)
ชาวสวนผัก ทำสวนผักกี่แบบ แต่ละแบบทำเพื่ออะไร


[ขยายดูภาพใหญ่ ]

ประเภทของการทำสวนผัก (types of vegetable gardening)
การทำสวนผักอาจจัดแบ่งออกได้ 5 ประเภท คือ
๑. การทำสวนครัวหรือสวนผักหลังบ้าน (home gardening) เป็นการทำสวนผักเล็ก ๆ น้อย ๆ เป็นงานอดิเรก เพื่อให้มีผักไว้ใช้รับประทานในครอบครัว เป็นการประหยัดรายจ่าย นอกจากนั้นอาจจะมีเหลือแจกจ่ายเพื่อนบ้าน หรือขายเป็นรายได้พิเศษ
๒. การทำสวนผักเพื่อส่งตลาดท้องที่ (market gardening) เป็นการปลูกผักต่าง ๆ เป็นอาชีพเพื่อส่งตลาดในท้องที่ ส่วนมากเป็นการปลูกที่ไม่ต้องการดินฟ้าอากาศพิเศษอะไร ดังนั้นส่วนใหญ่จึงเป็นการปลูกผักที่อาจจะกระทำได้ในทุกฤดูกาลตัวอย่างผักที่ปลูกในบริเวณชานเมืองก็นำมาขายในเมือง แต่ในบางโอกาสผักที่ปลูกเหล่านี้อาจจะนำไปขายในตลาดไกล ๆ ก็ได้
๓. การทำสวนผักเพื่อส่งตลาดใหญ่ (truck gardening) เป็นการปลูกผักอาชีพสำหรับส่งตลาดไกล ๆ การทำสวนผักประเภทนี้ชาวสวนมักจะมุ่งทำพืชเฉพาะอย่าง (specialized gardening) เช่น ปลูกผักกาด ก็ปลูกผักกาดอย่างเดียว ปลูกพริกก็ปลูกพริกอย่างเดียว และพืชที่ปลูกก็มักจะทำตามความเหมาะสมกับดินฟ้าอากาศ ผักที่ผลิตขึ้นส่วนใหญ่จะถูกส่งผ่านตลาดกลางในกรุงเทพฯ ก่อน เช่น ตลาดปากคลองตลาด ตลาดท่าเตียน ตลาดมหานาค จากนี้ผักก็ถูกส่งไปจำหน่ายตามต่างจังหวัดอีกทอดหนึ่ง
๔. การทำสวนผักเพื่อส่งโรงงานอุตสาหกรรมอาหาร (vegetable production for processing) การทำสวนผักประเภทนี้ มักจะทำอยู่ในบริเวณที่ใกล้กับที่ตั้งโรงงาน ในที่ซึ่งการขนส่งจากสวนผักไปโรงงานทำได้สะดวก หรือในขอบเขตที่เจ้าหน้าที่ส่งเสริมของโรงงานจะเข้าไปติดต่อแนะนำส่งเสริมได้สะดวก
๕. การทำสวนผักด้วยวิธีการควบคุมสภาพแวดล้อม (vegetable forcing) เป็นการปลูกผักนอกฤดูกาล หรือเมื่อสภาพแวดล้อมไม่อำนวย เช่น หนาวจัดเกินไป ร้อนจัดเกินไป ฝนตกหนักเกินไป การปลูกผักวิธีนี้กระทำเพื่อจุดประสงค์เฉพาะอย่าง อาทิการผสมพันธุ์และปรับปรุงพันธุ์ การวิจัยด้านการเพิ่มผลผลิต การปลูกผักเป็นการค้าในเรือนกระจกหรือเรือนพลาสติก กระทำในฤดูหนาว และในบางประเทศ เช่น ญี่ปุ่น ยังนิยมปลูกผักในน้ำ (water culture) แทนการปลูกในดินด้วย เป็นต้น
๖. การปลูกผักเพื่อผลิตเมล็ดพันธุ์ (vegetable growing for seed production) เป็นการปลูกผักที่ต้องใช้เวลานานกว่า ใช้วิธีการดูแลรักษามากกว่าและเสี่ยงมากกว่าการปลูกเพื่อขายสด ตัวอย่างผักกาดหัว การปลูกขายสดจะใช้เวลาราว 45-60 วัน แต่ปลูกเพื่อผลิตเมล็ดพันธุ์จะ ต้องใช้เวลา 120-150 วัน บางทีเมล็ดอาจจะติดไม่ดีเนื่องจากมีอากาศร้อนจัดในระยะที่ดอกกำลังจะมีการผสมเกสร (pollination) บางทีติดเมล็ดน้อยเพราะแมลงผสมเกสร (insect pollinators) มีปริมาณไม่เพียงพอ ดังนั้นเราจะเห็นว่ามีการเสี่ยงมากกว่า