การปฏิวัติทางการศึกษา - สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ
 
สารานุกรมไทย
สำหรับเยาวชน  เมนู 25
เล่มที่ ๒๕
เรื่องที่ ๑ ซอฟต์แวร์พื้นฐานสำหรับสำนักงาน
เรื่องที่ ๒ ระบบฐานข้อมูล
เรื่องที่ ๓ วิวัฒนาการของไมโครคอมพิวเตอร์
เรื่องที่ ๔ การพัฒนาซอฟต์แวร์
เรื่องที่ ๕ โครงข่ายประสาทเทียม
เรื่องที่ ๖ อินเทอร์เน็ต
เรื่องที่ ๗ การประยุกต์ใช้ภาษาไทยบนคอมพิวเตอร์
เรื่องที่ ๘ แนวโน้มของเทคโนโลยีสารสนเทศ ในต้นศตวรรษที่ ๒๑
รายชื่อผู้เขียน

สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ / เล่มที่ ๒๕ / เรื่องที่ ๘ แนวโน้มของเทคโนโลยีสารสนเทศต้นคริสต์ศตวรรษที่ ๒๑ / การปฏิวัติทางการศึกษา

 การปฏิวัติทางการศึกษา
การเรียนการสอนระบบทางไกลผ่านดาวเทียม
การเรียนการสอนระบบทางไกลผ่านดาวเทียม

การเรียนการสอนด้วยคอมพิวเตอร์ในระดับประถมศึกษา
การเรียนการสอนด้วยคอมพิวเตอร์ในระดับประถมศึกษา
การปฏิวัติทางการศึกษา (Education Revolution)

วิธีการเรียนรู้ของนักเรียนนักศึกษาในอนาคต จะเปลี่ยนไปอย่างมาก คือ จะเน้นตัวผู้เรียนเป็นหลัก แทนการเน้นตัวผู้สอน ที่สอนนักเรียนจำนวนมากพร้อมกันทั้งห้อง ซึ่งเป็นวิธีที่เกิดขึ้นมาพร้อมกับการปฏิบัติอุตสาหกรรม เมื่อประมาณสองศตวรรษก่อน วิธีการเรียนในคริสต์ศตวรรษที่ ๒๑ นี้ จะเป็นการเรียนรู้แบบสร้างประสบการณ์ โดยเน้นให้นักเรียนค้นพบด้วยตัวเอง (learning by discovery) เป็นการศึกษา ที่นักเรียนจะเรียนรู้ว่าจะเรียนรู้เองต่อไปได้อย่างไร (learning how to learn) ที่เป็นดังนี้ได้ เพราะเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ ที่ทำงานมัลติมีเดีย จะทำให้เราสามารถกลับไปใช้ระบบ ที่ครูทำหน้าที่สำคัญในการสอน และชี้นำนักเรียนเป็นรายบุคคล คอมพิวเตอร์จะช่วยให้ครูไม่ต้องทำงานซ้ำๆ กัน ในการสอนกิจกรรมอย่างง่าย และสามารถใช้เวลามากขึ้นกับนักเรียนที่ต้องการความเอาใจใส่มากเป็นพิเศษ การศึกษาที่ใช้เทคโนโลยี (technology aided education) มีข้อได้เปรียบหลายประการคือ
  • การเรียนรู้เป็นแบบโต้ตอบกัน
  • นักเรียนจะเรียนรู้ได้ในอัตราความเร็วที่เหมาะสมกับตนเอง 
  • การเรียนรู้จะเกิดขึ้นที่ใดก็ได้ โดยผ่านระบบการเรียนทางไกล (distance learning) ที่ต่อโยงผู้เรียนผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์มัลติมีเดียไปยังศูนย์การศึกษา
  • อุปกรณ์ประกอบการเรียนจะช่วยให้เข้าใจเนื้อหาได้ดีขึ้น เพราะจะมีทั้งอักษร ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว และเสียง และการต่อโยงของเนื้อหาในแบบไฮเปอร์มีเดีย (hypermedia) ซึ่งช่วยให้นักเรียนสามารถถามถึงสิ่งที่ตนสนใจ ต่อโยงกันไปได้เรื่อยๆ โดยไม่ถูกจำกัดให้เห็นเฉพาะส่วนที่กำหนดไว้
วิธีการเรียนรู้เช่นนี้ จะมีใช้ในทุกระดับการศึกษาตั้งแต่ระดับอนุบาล ไปจนถึงระดับอุดมศึกษา รวมทั้งระดับการฝึกอบรมวิชาชีพต่างๆ อีกด้วย นอกจานี้ วิธีการสอนเช่นนี้ ก็ทำให้สามารถรวมเนื้อหาของวิชา ที่เกี่ยวเนื่องกัน (content integration) ให้สามารถสอนไปพร้อมกัน เช่น สามารถสอนเนื้อหาวิชาคอมพิวเตอร์ วิชาการเงิน และวิชาจริยธรรม ในส่วนที่เกี่ยวข้องกันไปพร้อมกัน แทนที่จะต้องสอนแยกกันเป็นสามวิชา ซึ่งจะทำให้เข้าใจยาก เช่น การประยุกต์ใช้งานเนื้อหาส่วนที่เป็นเรื่องของจริยธรรม ในการใช้คอมพิวเตอร์ เพื่อทำงานด้านการเงิน เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีหลายกรณี ที่สามารถทำการทดสอบผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ไปยังศูนย์การศึกษา ซึ่งสะดวกต่อการวัดผลการเรียน และการกำหนดมาตรฐานคุณภาพของการศึกษา ในระบบการสอบด้วยคอมพิวเตอร์แบบมาตรฐาน (computer based uniform testing) นักศึกษาที่เรียนรู้ได้ช้าก็สามารถเรียนต่อเนื่องไปได้โดยใช้เวลามากขึ้น ขณะที่นักเรียนที่เรียนรู้ได้เร็ว ก็สามารถก้าวหน้าไปได้เร็วขึ้น แทนที่จะต้องรอขึ้นชั้นใหม่พร้อมกับทุกคน การสอบก็สามารถทำได้ เมื่อนักศึกษาพร้อมที่จะสอบ โดยตัวข้อสอบจะถูกสร้างขึ้นใหม่ สำหรับนักศึกษาแต่ละคน เป็นการตัดปัญหาการทุจริตหลายอย่าง ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในห้องสอบ
หัวข้อก่อนหน้า หัวข้อถัดไป