การใช้ซอฟต์แวร์เอเยนต์ - สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ
 
สารานุกรมไทย
สำหรับเยาวชน  เมนู 25
เล่มที่ ๒๕
เรื่องที่ ๑ ซอฟต์แวร์พื้นฐานสำหรับสำนักงาน
เรื่องที่ ๒ ระบบฐานข้อมูล
เรื่องที่ ๓ วิวัฒนาการของไมโครคอมพิวเตอร์
เรื่องที่ ๔ การพัฒนาซอฟต์แวร์
เรื่องที่ ๕ โครงข่ายประสาทเทียม
เรื่องที่ ๖ อินเทอร์เน็ต
เรื่องที่ ๗ การประยุกต์ใช้ภาษาไทยบนคอมพิวเตอร์
เรื่องที่ ๘ แนวโน้มของเทคโนโลยีสารสนเทศ ในต้นศตวรรษที่ ๒๑
รายชื่อผู้เขียน

สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ / เล่มที่ ๒๕ / เรื่องที่ ๘ แนวโน้มของเทคโนโลยีสารสนเทศต้นคริสต์ศตวรรษที่ ๒๑ / การใช้ซอฟต์แวร์เอเยนต์

 การใช้ซอฟต์แวร์เอเยนต์
ใยแก้วสื่อสารจะเป็นสื่อมาตรฐานของการโทรคมนาคม
ใยแก้วสื่อสารจะเป็นสื่อมาตรฐานของการโทรคมนาคม
การใช้ซอฟต์แวร์เอเยนต์ (Software Agent)

เมื่อเราเข้าสู่ยุคของการใช้สื่อมัลติมีเดียอิเล็กทรอนิกส์ผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ที่เรียกว่า ทางด่วนสารสนเทศ (Information superhighway) แล้ว ปัญหาอย่างหนึ่งที่จะเกิดขึ้นคือ การที่มีสารสนเทศมากเกินไป (information overload) ทำให้บุคคลไม่สามารถคัดเลือกสิ่งที่ตนสนใจได้ เพราะมีทั้ง E-mail, on-line news, world wide web ฯลฯ ที่ให้ข่าวสารจำนวนมหาศาลทุกวัน จำเป็นต้องมีผู้ช่วยคัดเลือกข่าวสารสารสนเทศตามความสนใจ หรือความต้องการให้แก่บุคคล ซอฟต์แวร์เอเยนต์ คือ โปรแกรมในเครื่องคอมพิวเตอร์ที่จะทำหน้าที่ดังกล่าวนี้ เสมือนเป็นตัวแทน (เอเยนต์) ของเราในการรับข่าวสาร วิธีการคือ เราสามารถระบุความสนใจ หรือประเภทของข่าวสาร ที่ต้องการให้ซอฟต์แวร์เอเยนต์แจ้งเพื่อทราบ แทนที่เราจะต้องคอยเผ้าดูข่าวสารจำนวนมหาศาลนี้เองตลอดเวลา ตัวอย่างเช่น ถ้าต้องการทราบความคืบหน้าของข่าวการประชุมคณะรัฐมนตรี ก็จะมีการแจ้งเฉพาะเมื่อมีข่าวนี้เท่านั้น ซอฟต์แวร์เอเยนต์นี้ ทำหน้าที่เป็นผู้แทนคอยกรองข่าวสารเฉพาะที่เราต้องการ แม้ในขณะนี้ เราจะมีซอฟต์แวร์เอเยนต์ที่ใช้งานอยู่ แต่ก็ยังไม่มีประสิทธิภาพมากนัก ในอนาคตอันใกล้นี้ เชื่อว่าจะมีการยกระดับความสามารถในการทำงาน โดยนำเอาวิชาการด้านปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) เข้ามาประกอบ ทำให้โปรแกรมซอฟต์แวร์เอเยนต์นี้ ทำงานได้เสมือนเป็นผู้ช่วยที่เป็นมนุษย์

ทางด่วนสารสนเทศที่จะเกิดขึ้นในอีกไม่นานนี้ มนุษย์ส่วนใหญ่จะทำให้สามารถติดต่อกันผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ประธานบริษัท Intel Corporation ซึ่งเป็นบริษัทผลิตไมโครโพรเซสเซอร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ได้กล่าวในปี พ.ศ. ๒๕๔๑ ว่า ภายใน ๑๐ ปี จะมีคอมพิวเตอร์เชื่อมต่อถึงกันไม่ต่ำกว่าหนึ่งพันล้านเครื่องทั่วโลก ซึ่งจะทำให้เกิดสิ่งแวดล้อมไซเบอร์สเปซกระจายไปทุกมุมโลก เหมือนกับการใช้โทรศัพท์ และโทรทัศน์ ในขณะนี้ แม้ว่าในปี พ.ศ. ๒๕๔๑ คาดว่าจะมีคน ที่เข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้เพียง ๖๐ ล้านคนทั่วโลก แต่จำนวนนี้กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในทุกประเทศ และเชื่อว่าจะมีคนที่เข้าถึงอินเทอร์เน็ต เพื่อกิจการต่างๆ ได้เป็นจำนวนหลายพันล้านคนในอีก ๑๐ ปี ข้างหน้า กิจกรรมสำคัญ ที่จะทำให้มีการใช้อินเทอร์เน็ตกันอย่างแพร่หลายมากขึ้นไปอีก ได้แก่ กิจการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (electronic commerce หรือ e-commerce) ซึ่งก็กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ปัจจัยสนับสนุนที่สำคัญมาก ที่รัฐบาลในหลายประเทศกำลังเร่งทำอยู่คือ การสร้างกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับไซเบอร์สเปซ (cyberspace laws) เช่น กฎหมายอาชญากรรมคอมพิวเตอร์ กฎหมายการใช้หลักฐานอิเล็กทรอนิกส์ เช่น ลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์ (Digital Signatures) กฎหมายเกี่ยวกับสิทธิในการใช้ข้อมูลดิจิทัล (data privacy) ฯลฯ อันเป็นปัจจัยสำคัญที่จะนำประเทศให้ก้าวไปสู่พาณิชย์ในไซเบอร์สเปซ ซึ่งทุกวันนี้ยังไม่สามารถทำได้ เพราะยังไม่มีกฎหมายสนับสนุน

สิ่งที่สำคัญมากในการสร้างทางด่วนสารสนเทศคือ โครงสร้างพื้นฐานทางโทรคมนาคม (telecommunication infrastructure) ซึ่งได้แก่ ระบบเครือข่ายใยแก้วนำแสง เครือข่ายสายโทรศัพท์ทองแดง เครือข่ายการสื่อสารผ่านดาวเทียม ฯลฯ ซึ่งประกอบกันเป็นเส้นทาง ที่สารสนเทศในทุกรูปแบบ จะต้องอาศัยเดินทางจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่งในเครือข่ายข้อมูล สิ่งที่เปลี่ยนไปมากในช่วงทศวรรษที่ผ่านมาคือ การแพร่กระจายของเทคโนโลยีใยแก้วนำแสง และเทคโนโลยีการสื่อสารข้อมูล ที่ทำให้สามารถเพิ่มความเร็วของการส่งข้อมูลไปในเครือข่ายได้มากขึ้นกว่าเดิม นับเป็นพันเท่า อีกทั้งโครงสร้างค่าใช้จ่ายทางโทรคมนาคม ที่ทำให้ค่าใช้จ่ายจริงของการสื่อสารไม่ขึ้นกับระยะทางอีกต่อไป ทำให้การสื่อสารทางไกลมีราคาถูกลงมาก และส่งผลให้การติดต่อสื่อสารของมนุษย์ สามารถทำได้แพร่หลายมากขึ้นทุกมุมโลก ในราคาที่ทุกคนสามารถจ่ายได้ หลายๆ ประเทศ มีโครงการเชื่อมโยงการติดต่อสื่อสารภายในประเทศ ให้ต่อถึงกันหมดด้วยเครือข่ายใยแก้วนำแสง อันจะทำให้กิจกรรมที่กล่าวมาตั้งแต่ต้นนั้นเป็นไปได้ นับแต่ปัจจุบันนี้ ทั้งวิดีโอตามความต้องการ (video on demand) ซึ่งเป็นการเรียกดูภาพยนตร์ทางระบบเคเบิล ที่จะเรียกดูเมื่อใดก็ได้ตามต้องการ โดยส่งผ่านภาพยนตร์ทั้งเรื่องตามสายสื่อสารมาถึงบ้าน กิจกรรมที่สามารถทำงานที่ใดก็ได้คือ การมีสำนักงานแบบเสมือน (virtual office) ทำให้สามารถทำงานร่วมกับเพื่อนร่วมงาน ที่อาจจะอยู่ที่ใดก็ได้ เป็นการทำงานร่วมกันแบบทางไกล (long-distance work collaboration) ซึ่งจะทำให้รูปแบบของสำนักงาน และวิธีการทำงานต่างๆ ที่เราคุ้นเคยเปลี่ยนแปลงไป โดยที่ยังไม่ทราบกันแน่ชัดว่า จะมีผลอย่างไรต่อโครงสร้างของสังคมบ้าง เพราะเป็นไปได้ที่คนส่วนใหญ่จะไม่ต้องเดินทางไปที่สำนักงาน แต่สามารถทำงานร่วมกันจากที่บ้าน ซึ่งอาจไม่ได้อยู่ในเมืองใหญ่อีกต่อไป วิธีการที่มนุษย์โต้ตอบกันผ่านทางโทรศัพท์ภาพ (videophone) และการที่สามารถจะทำการประชุมทางไกล (video conference) อาจจะทำให้รูปแบบการปฏิสัมพันธ์ของมนุษย์เปลี่ยนไปจากเดิม เช่นเดียวกับการมีโทรศัพท์ใช้กันอย่างแพร่หลายในราคาถูก ในช่วงศตวรรษที่ผ่านมา
หัวข้อก่อนหน้า หัวข้อถัดไป