การป้องกันความผิดพลาดของคอมพิวเตอร์ - สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ
 
สารานุกรมไทย
สำหรับเยาวชน  เมนู 25
เล่มที่ ๒๕
เรื่องที่ ๑ ซอฟต์แวร์พื้นฐานสำหรับสำนักงาน
เรื่องที่ ๒ ระบบฐานข้อมูล
เรื่องที่ ๓ วิวัฒนาการของไมโครคอมพิวเตอร์
เรื่องที่ ๔ การพัฒนาซอฟต์แวร์
เรื่องที่ ๕ โครงข่ายประสาทเทียม
เรื่องที่ ๖ อินเทอร์เน็ต
เรื่องที่ ๗ การประยุกต์ใช้ภาษาไทยบนคอมพิวเตอร์
เรื่องที่ ๘ แนวโน้มของเทคโนโลยีสารสนเทศ ในต้นศตวรรษที่ ๒๑
รายชื่อผู้เขียน

สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ / เล่มที่ ๒๕ / เรื่องที่ ๘ แนวโน้มของเทคโนโลยีสารสนเทศต้นคริสต์ศตวรรษที่ ๒๑ / การป้องกันความผิดพลาดของคอมพิวเตอร์

 การป้องกันความผิดพลาดของคอมพิวเตอร์
ธนาคารนำคอมพิวเตอร์มาใช้ในฝ่ายบริการลูกค้า
ธนาคารนำคอมพิวเตอร์มาใช้ในฝ่ายบริการลูกค้า
การป้องกันความผิดพลาดของคอมพิวเตอร์

แนวโน้มอีกประการหนึ่งของการใช้คอมพิวเตอร์ในคริสต์ศตวรรษที่ ๒๑ คือ การให้ความสำคัญมากขึ้นกับการป้องกันความผิดพลาดของคอมพิวเตอร์ ซึ่งได้กลายเป็นอุปกรณ์ที่มีบทบาทสำคัญมากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ ในเรื่องการรับผิดชอบกิจการงาน ซึ่งบางกรณีครอบคลุมไปถึงความปลอดภัยของทรัพย์สิน และแม้กระทั่งชีวิตมนุษย์ ความผิดพลาดของคอมพิวเตอร์มีอยู่ ๓ แบบด้วยกันคือ ความผิดพลาดของฮาร์ดแวร์ ความผิดพลาดของซอฟต์แวร์ และความผิดพลาดจากผู้ใช้

ความผิดพลาดของฮาร์ดแวร์ (hardware error) คือ การที่อุปกรณ์ชิ้นหนึ่งชิ้นใดอาจจะเสีย เช่น ชิปหน่วยความจำเสีย หรือค่าหายไปหนึ่งบิตในการส่งข้อมูลระหว่างคอมพิวเตอร์ ความผิดพลาดของซอฟต์แวร์ (software error) แบ่งเป็น ๒ ประเภทคือ ออกแบบผิด และเขียนคำสั่งโปรแกรมผิด ตัวอย่างเช่น หากโปรแกรมจัดการของธนาคาร ลืมให้การคุ้มครองการเบิกเงินเกินบัญชีแก่ลูกค้า ที่เพิ่งเปิดบัญชีกระแสรายวันใหม ่ก็ถือว่า ข้อมูลของบัญชีนั้นผิดพลาด ซึ่งอาจจะทำให้เช็คเด้ง และลูกค้าเสียเครดิตได้

เนื่องจากความผิดพลาดของซอฟต์แวร์เกิดขึ้นได้บ่อย มีผลเสียมาก และเกิดขึ้นได้ง่ายอีกด้วย เราจึงต้องอธิบายถึงความรับผิดชอบของผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ให้ชัดเจน

การพัฒนาซอฟต์แวร์ให้ผู้อื่นใช้งาน และการพัฒนาซอฟต์แวร์ เพื่อใช้เอง หรือสำหรับส่งเป็นการบ้าน จะมีความแตกต่างกันอย่างมาก ถ้าเราพัฒนาซอฟต์แวร์ให้ผู้อื่นใช้ เราก็จะต้องมีความสัมพันธ์บางอย่างกับผู้ใช้ ซึ่งความสัมพันธ์นี้มีทั้งด้านกฎหมาย และจริยธรรม ผลประโยชน์ที่ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์จะได้รับคือ เงิน ความเคารพในตัวเอง ความพึงพอใจที่สามารถเอาชนะความท้าทายทางปัญญา และความพอใจที่ได้ทำงานช่วยเหลือผู้อื่น แต่ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ก็มีภาระหน้าที่ที่จะต้องรับผิดชอบดูแล ซึ่งได้แก่
  • ผลิตซอฟต์แวร์ที่เหมาะสม หมายถึง แจกแจงให้ชัดเจนว่า ความต้องการของผู้ใช้คืออะไร และพัฒนาซอฟต์แวร์ให้ตรงตามความต้องการนั้น ภาระหน้าที่นี้ ครอบคลุมถึงผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ให้แก่งานเฉพาะอย่าง มากกว่าผู้ผลิตซอฟต์แวร์ขายเป็นชุดสำเร็จรูป
  • ผลิตซอฟต์แวร์ที่มีคุณภาพ คำว่า คุณภาพทางซอฟต์แวร์ มีผู้ให้คำนิยามไว้หลากหลาย อย่างไรก็ตาม ปัจจัยสำคัญ ได้แก่ การทำงานตรงตามข้อกำหนด สามารถถ่ายโอนไปใช้กับเครื่องระบบอื่นได้ง่าย ไว้ใจได้ มีประสิทธิภาพ เป็นมิตรกับผู้ใช้ และดูแลรักษาง่าย คำว่า ย้ายได้ (portable) หมายถึง สามารถโอนย้ายซอฟต์แวร์นี้ ไปทำงานบนคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นได้โดยง่าย
  • โฆษณาซอฟต์แวร์อย่างซื่อตรง ไม่ชักชวนให้ผู้ใช้ซื้อซอฟต์แวร์โดยหลอกลวงว่า ทำงานได้ในสิ่งที่ทำไม่ได้จริง ภาระหน้าที่นี้รวมความถึงผู้พัฒนาซอฟต์แวร์เฉพาะงานด้วยว่า ต้องทำได้ตามสัญญาที่ให้ไว้กับผู้ใช้
  • โฆษณาคุณสมบัติของตนอย่างซื่อตรง ความหมายของภาระหน้าที่นี้ชัดเจน เช่นเดียวกับภาระหน้าที่ที่จะต้องผลิตซอฟต์แวร์อย่างเหมาะสม ข้อนี้มีผลต่อคนเขียนซอฟต์แวร์เฉพาะงานเป็นพิเศษ แต่ก็รวมความถึงบริษัทขายซอฟต์แวร์สำเร็จรูปด้วย
  • เคารพในสิทธิความเป็นเจ้าของของผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ผู้อื่น ซอฟต์แวร์สงวนลิขสิทธิ์ที่ผู้อื่นไม่สามารถจะนำมาใช้ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของ ถ้าต้องการใช้ก็จะต้องจ่ายค่าธรรมเนียม บุคคลใดก็ตามที่นำไปใช้โดยไม่ตรวจสอบเสียก่อนว่า อัลกอริทึมใดมีสิทธิ์คุ้มครองหรือไม่ จะมีความผิดฐาน "จงใจละเมิด" สิทธิของเจ้าของลิขสิทธิ์
หัวข้อก่อนหน้า หัวข้อถัดไป