สำหรับเด็กระดับกลาง - สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ
 
สารานุกรมไทย
สำหรับเยาวชน  เมนู 36
เล่มที่ ๓๖
เรื่องที่ ๑ มัสยิด
เรื่องที่ ๒ ละครชาตรี
เรื่องที่ ๓ เกวียน
เรื่องที่ ๔ ทองคำ
เรื่องที่ ๕ มะคาเดเมีย
เรื่องที่ ๖ หุ่นยนต์
เรื่องที่ ๗ แอนิเมชัน
เรื่องที่ ๘ โรคมาลาเรีย
เรื่องที่ ๙ โรคไต
รายชื่อผู้เขียน

สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ / เล่มที่ ๓๖ / เรื่องที่ ๔ ทองคำ / สำหรับเด็กระดับกลาง

 สำหรับเด็กระดับกลาง
ทุกคนคงเคยเห็น หรือเคยมีเครื่องประดับประเภทสร้อยคอ สร้อยข้อมือ แหวน ต่างหู ที่มีสีเหลืองอร่าม เมื่อสวมใส่แล้ว ทำให้ดูสวยงาม มีสง่าราศี เครื่องประดับชนิดนี้ ทำด้วยทองคำ ซึ่งเป็นแร่โลหะชนิดหนึ่งในจำนวนแร่โลหะต่างๆ ที่มีอยู่หลายชนิด เป็นแร่ที่หายากและมีค่ามาก นอกจากทำเป็นเครื่องประดับแล้วยังสามารถนำมาใช้ประโยชน์อย่างอื่นได้หลากหลาย เช่น เป็นส่วนผสมของชุดนักบินอวกาศและอุปกรณ์อื่นๆ ด้านทันตกรรม รูปปั้น รูปหล่อ ตลอดจน ส่วนประกอบของอุปกรณ์ แผงวงจรไฟฟ้าต่างๆ นอกจากนี้ ปัจจุบันยังมีการเก็บทองคำไว้เป็นทุนสำรองเงินตราระหว่างประเทศ เพื่อเป็นหลักประกันความมั่นคงทางการเงินการคลังของประเทศ
ปิดทองคำเปลวองค์พระพุทธรูป
ปิดทองคำเปลวองค์พระพุทธรูป
มนุษย์ต่างแสวงหา และต้องการครอบครองทองคำ มาตั้งแต่โบราณ ไม่ว่าจะเป็นทองรูปพรรณ เช่น สร้อยคอ กำไล ต่างหู ฯลฯ บางคนก็เก็บสะสมเป็นทองคำแท่ง ซึ่งสามารถนำออกมาจำหน่ายได้อย่างรวดเร็ว และได้ราคาดี ในสมัยโบราณ มนุษย์ยึดถือทองคำเป็นวัตถุ ที่ใช้แทนเงินตราซื้อ-ขายสินค้า การครอบครองทองคำไว้ในปริมาณมาก เป็นสิ่งแสดงถึงความร่ำรวย ความเป็นผู้นำ และการเป็นผู้มีอำนาจ
ทองคำกับคนไทย  

พุทธศาสนิกชนซึ่งมีวิถีชีวิตเกี่ยวข้องกับวัด คงสังเกตเห็นพระพุทธรูปที่เป็นทองคำเหลืองอร่าม โดยอาจหล่อด้วยทองคำทั้งองค์ หรือหล่อด้วยทองสัมฤทธิ์ แล้วปิดด้วยทองคำเปลว นอกจากนี้ยังมีการใช้ทองคำประดับตกแต่งส่วนอื่นๆ ภายในวัด เช่น นำทองคำมาประดับตกแต่งอุโบสถ วิหาร เจดีย์ และปรางค์ ด้วยเหตุนี้ คนไทยจึงถือว่าทองคำเป็นโลหะมงคล เป็นของมีค่าสูง จึงมักนำมาตั้งเป็นชื่อใช้เรียกขานกัน เช่น ทอง ทองคำ สุวรรณ หรือเป็นชื่อของจังหวัด เช่น จังหวัดอ่างทอง จังหวัดสุพรรณบุรี

อาชีพหนึ่งของคนไทยที่ทำกันมาแต่โบราณและเกี่ยวข้องกับทองคำ คือ ช่างทอง ส่วนใหญ่เป็นการทำเครื่องทองโบราณ เช่น การทำถมทอง ทองลงยา คร่ำทอง ลงรักปิดทอง ที่ถือเป็นงานศิลปะชั้นสูง นอกจากนี้เป็นงานสถาปัตยกรรม ได้แก่ การสร้างโบสถ์ วิหาร และงานด้านจิตรกรรม เช่น การตกแต่งภายในวัด เหล่านี้ แสดงถึงความเจริญรุ่งเรืองทางด้านศิลปวัฒนธรรมที่งดงาม ของสังคมไทยมาแต่สมัยโบราณ และเป็นมรดกตกทอดมาจนถึงปัจจุบัน
พระพุทธชินราช
พระพุทธชินราช ประดิษฐานที่วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดพิษณุโลก ใช้ทองคำหุ้มองค์พระพุทธรูป
การค้าขายทองคำมีมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย โดยอาศัยหลักฐานจากศิลาจารึกกรุงสุโขทัยว่า “ใครจักใคร่ค้าช้าง ค้า ใครจักใคร่ค้าม้า ค้า  ใครจักใคร่ค้าเงือนค้าทอง ค้า” และจากการขุดพบศิลปวัตถุ ได้แก่ พระพุทธรูปต่างๆ ที่มีทองคำหุ้ม หรือหล่อด้วยทองคำ เช่น พระพุทธมหาสุวรรณปฏิมากร หรือเรียกอีกชื่อว่า หลวงพ่อทองคำ ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ศิลปะสุโขทัย ที่หล่อด้วยทองคำทั้งองค์ ได้ชื่อว่าเป็นพระพุทธรูปทองคำที่ใหญ่ที่สุดในโลก ปัจจุบัน ประดิษฐานอยู่ที่วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร กรุงเทพฯ
ขันน้ำและตลับคร่ำทอง ที่มีทองคำเป็นส่วนประกอบ
ขันน้ำและตลับคร่ำทอง ที่มีทองคำเป็นส่วนประกอบ
ปัจจุบันทองคำเข้ามามีบทบาทในสังคมและการดำรงชีวิตของคนไทย มากกว่าในอดีต เพราะในปัจจุบัน คนนิยมใช้ทองคำเป็นเครื่องประดับ หรือเก็บสะสมเป็นทรัพย์สมบัติ เห็นได้จากร้านค้าทองคำ ที่มีอยู่ในแทบทุกตำบล หรือทุกอำเภอ ทำให้ในแต่ละวัน มีการหมุนเวียนเงินตรา ที่มาจากการซื้อ-ขายทองคำเป็นจำนวนมาก

ทองคำเป็นแร่โลหะ มีสมบัติพื้นฐานที่โดดเด่น มีสีเหลืองอร่าม และสามารถนำไปหลอมหรือผสมกับโลหะชนิดอื่นได้
สมบัติของทองคำ

ทองคำมีชื่อเป็นภาษาอังกฤษโบราณว่า จีโอลู (geolu) แปลว่า เหลืองอร่าม เปล่งปลั่ง อ่อน ยืด ดึงได้ ภาษาอังกฤษในปัจจุบันคือ โกลด์ (gold) ซึ่งเป็นคำที่รู้จักกันเป็นอย่างดี ทองคำมีสมบัติที่โดดเด่น ๒ ประการ ประการแรก เป็นสมบัติทางฟิสิกส์ คือ มีสีเหลืองอร่าม มันวาว ไม่ทำปฏิกิริยาเคมีง่าย ไม่ขึ้นสนิม ไม่หมอง ไม่สึกกร่อนตามกาลเวลา ทนต่อการกัดกร่อนของกรด-ด่าง และสามารถนำไปผ่านกรรมวิธีต่างๆ ได้ง่าย เช่น รีด ตี แผ่ ยุบ หลอม จึงนำไปเป็นส่วนประกอบของวัตถุอื่นๆ ได้ดี ประการที่ ๒ คือ สมบัติทางเคมี ทองคำมีสูตรทางเคมี Au มักเกิดเป็นธาตุอิสระในธรรมชาติ แต่อาจผสมกับธาตุอื่นๆ เช่น เงิน ทองแดง เหล็ก ละลายได้เฉพาะในกรดกัดทองเท่านั้น

ทองคำเป็นแร่โลหะ มีสมบัติพื้นฐานที่โดดเด่น มีสีเหลืองอร่าม และสามารถนำไปหลอมหรือผสมกับโลหะชนิดอื่นได้
การเกิดแร่ทองคำ  

มี ๒ แบบ คือ แบบปฐมภูมิ และแบบทุติยภูมิ

๑. แบบปฐมภูมิ 

เป็นแหล่งแร่ทองคำที่เกิดจากกระบวนการทางธรณีวิทยา ทำให้เกิดการสะสมตัวของแร่ทองคำในหินชนิดต่างๆ อาจฝังประ หรือเป็นสายแร่ในหิน แหล่งแร่ทองคำที่พบในประเทศไทยที่สำคัญ ได้แก่ แหล่งโต๊ะโมะ จังหวัดนราธิวาส แหล่งชาตรี จังหวัดพิจิตร-เพชรบูรณ์  แหล่งเขาสามสิบ จังหวัดสระแก้ว

๒. แบบทุติยภูมิ 

เรียกอีกอย่างว่า แหล่งแร่ทองคำแบบลานแร่ เกิดจากการผุพังของหินที่มีแร่ทองคำเป็นส่วนประกอบ ซึ่งจะเป็นเม็ดกลม หรือเกล็ดเล็กๆ อาจพบในที่ใกล้เคียงกับแหล่งปฐมภูมิ โดยการถูกน้ำชะล้างพัดพาไปสะสมในบริเวณที่เหมาะสม เช่น เชิงเขา ลำห้วย แหล่งแร่ที่พบในประเทศไทย ได้แก่ บ้านป่าร่อน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ บ้านนาล้อม จังหวัดปราจีนบุรี บ้านทุ่งฮั้ว จังหวัดลำปาง
การสำรวจแร่ทองคำ

การสำรวจแร่ทองคำ มีวิธีการสำรวจ ๓ แบบ คือ  

๑) การสำรวจทางอากาศ

เป็นการสำรวจขั้นต้น ทำได้รวดเร็ว และครอบคลุมพื้นที่กว้างขวาง ประกอบด้วย ภาพถ่ายดาวเทียม ภาพถ่ายทางอากาศ และการบินสำรวจธรณีฟิสิกส์

๒) การสำรวจบนผิวดิน

มี ๓ ส่วนหลัก คือ การสำรวจธรณีวิทยา การสำรวจธรณีเคมี และการสำรวจธรณีฟิสิกส์ ส่วนวิธีที่รวดเร็ว และง่ายที่สุด สำหรับการสำรวจพื้นที่ศักยภาพของแร่ทองคำ คือ การร่อนและเลียงแร่ 

๓) การสำรวจใต้ดิน 

เป็นวิธีการสุดท้ายหลังจากได้สำรวจด้วยวิธีการข้างต้นแล้ว ประกอบด้วย การขุดหลุมสำรวจ  การขุดร่องสำรวจ และการเจาะสำรวจ ซึ่งการเจาะสำรวจจะมีต้นทุนสูง เพราะเป็นการเจาะลงไปเก็บตัวอย่างดิน หิน และแร่ นำไปวิเคราะห์สมบัติทางฟิสิกส์และเคมี แล้วนำข้อมูลที่ได้ ไปดำเนินการในขั้นตอนต่างๆ เพื่อพัฒนาเป็นแหล่งแร่ในเชิงพาณิชย์ต่อไป
พื้นที่เหมืองแร่ทองคำแบบเหมืองเปิด
พื้นที่เหมืองแร่ทองคำแบบเหมืองเปิด
การทำเหมืองแร่ทองคำ

การทำเหมืองแร่ทองคำมี ๒ วิธี  คือ 

๑) เหมืองเปิด 

เหมาะสำหรับแหล่งทองคำที่อยู่ไม่ลึกจากผิวดินมากนัก ซึ่งต้องใช้พื้นที่มากสำหรับการทำงานของเครื่องมือหนัก เช่น เครื่องเจาะ รถขุด รถตัก รถขนแร่ขนาดใหญ่ 

๒) เหมืองใต้ดิน  

เหมาะสำหรับแหล่งทองคำที่อยู่ลึกจากผิวดินมาก ใช้พื้นที่หน้าเหมืองน้อย และต้องทำอุโมงค์ เพื่อเข้าสู่แหล่งแร่ ที่อยู่ในระดับลึก 
การทำเหมืองแร่ทองคำของแหล่งแร่ทองคำชาตรี
การทำเหมืองแร่ทองคำของแหล่งแร่ทองคำชาตรี บริเวณรอยต่อของอำเภอทับคล้อ จังหวัดพิจิตร และอำเภอวังโป่ง จังหวัดเพชรบูรณ์
สำหรับ ประเทศไทย กรมทรัพยากรธรณีได้ทำการสำรวจพบว่า พื้นที่ซึ่งมีศักยภาพสูงในการผลิตแร่ทองคำ กระจายอยู่ในบางพื้นที่ ในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันตก และภาคใต้ ปัจจุบันมีการทำเหมืองแร่ทองคำอยู่ ๒ แห่ง เป็นการทำเหมืองแร่ทองคำแบบเหมืองเปิด คือ แหล่งแร่ทองคำชาตรี ของบริษัทอัคราไมนิ่ง จำกัด อยู่ในเขตรอยต่อ ของอำเภอทับคล้อ จังหวัดพิจิตร และอำเภอวังโป่ง จังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งมีการทำเหมืองตั้งแต่ปลาย พ.ศ. ๒๕๔๔ อีกแห่งคือ แหล่งแร่ทองคำภูทับฟ้า ของบริษัททุ่งคำ จำกัด อยู่ที่ตำบลเขาหลวง อำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย เริ่มสำรวจตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๓๔ ปัจจุบันมีการทำเป็นเหมืองผลิตแร่แล้ว


สำหรับเหมืองแร่ทองคำทั่วโลก มีทั้งหมดประมาณ ๘๒ ประเทศ ประเทศผู้ผลิตทองคำรายใหญ่ ประกอบด้วย แอฟริกาใต้ สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย จีน อินโดนีเซีย รัสเซีย แคนาดา และเปรู โดยประเทศที่มีแหล่งแร่ทองคำมากที่สุดในโลก คือ แอฟริกาใต้ รองลงมา คือ สหรัฐอเมริกา และบราซิล ส่วนแหล่งที่มีประวัติการทำเหมืองผลิตแร่ทองคำที่ยาวนานที่สุดในโลกคือ แหล่งแร่ทองคำในบริเวณพื้นที่แอ่งที่ราบวิตวอเตอร์สแรนด์ (Witwatersrand Basin) ในประเทศแอฟริกาใต้ ปัจจุบัน ประเทศจีนมีการทำเหมืองแร่ทองคำมากที่สุดในโลก
หัวข้อก่อนหน้า หัวข้อถัดไป