การเพาะเลี้ยงครั่ง - สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ
 
สารานุกรมไทย
สำหรับเยาวชน  เมนู 7
เล่มที่ ๗
เรื่องที่ ๑ กล้วยไม้
เรื่องที่ ๒ ผีเสื้อ
เรื่องที่ ๓ การปลูกหม่อน เลี้ยงไหม
เรื่องที่ ๔ โรคพืช
เรื่องที่ ๕ ครั่ง
เรื่องที่ ๖ การเลี้ยงปลา
เรื่องที่ ๗ การชลประทาน
เรื่องที่ ๘ บ้านเรือนของเรา
เรื่องที่ ๙ โทรคมนาคม
รายชื่อผู้เขียน

สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ / เล่มที่ ๗ / เรื่องที่ ๕ ครั่ง / การเพาะเลี้ยงครั่ง

 การเพาะเลี้ยงครั่ง
การเพาะเลี้ยงครั่ง

แหล่งเพาะเลี้ยงครั่ง


ในประเทศไทยมีการเพาะเลี้ยงครั่งกันมานานแล้ว ตามหลักฐานพบว่า มีการค้าครั่งมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา เนื่องจาก ให้ผลผลิตสูง ปัจจุบันจึงนิยมเลี้ยงกันมากในภาคเหนือ เช่น จังหวัดแพร่ สุโขทัย น่าน ลำปาง ตาก เชียงราย พะเยา เชียงใหม่ ลำพูน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เช่น จังหวัด ขอนแก่น อุบลราชธานี เลย บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด นครราชสีมา สกลนคร กาฬสินธุ์ สำหรับในภาคกลางตั้งแต่ประจวบคีรีขันธุ์ขึ้นไป สามารถเพาะเลี้ยงครั่งได้ แต่ไม่เป็นที่นิยมกัน เนื่องจากมีแมลงศัตรูรบกวนมาก และให้ผลผลิตต่ำ สถิติการผลิตไม่แน่นอน แล้วแต่สภาพดินฟ้าอากาศแต่ละปี ในภาคเหนือ ผลผลิตสูงกว่าภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
การตัด ตบแต่งกิ่งไม้ สำหรับเพาะเลี้ยงครั่ง
การตัด ตบแต่งกิ่งไม้ สำหรับเพาะเลี้ยงครั่ง
ต้นไม้ที่ใช้ในการเพาะเลี้ยงครั่ง

มีการเลี้ยงครั่งกันทั่วโลกตามต้นไม้ไม่น้อยกว่า ๖๐ ชนิด สำหรับประเทศไทยไม่น้อยกว่า ๓๐ ชนิด ซึ่งส่วนมากเป็นต้นไม้ในวงศ์เลกูมิโนซี (Laguminosae) ต้นไม้ที่จะใช้เลี้ยงครั่งให้ได้ผลดี ขึ้นอยู่กับคุณสมบัติ ของน้ำเลี้ยงของต้นไม้ กล่าวคือ ต้องมีคุณสมบัติเกือบเป็นกลาง คือ ๕.๘-๖.๐ และความหนาแน่นของน้ำเลี้ยงจะต้องอยู่ระหว่าง ๐.๑๔-๐.๑๗๒๘ ต้นไม้ชนิดเดียวกันบางต้นเลี้ยงครั่งได้ผลดี แต่บางต้นได้ผลไม่ดี ทั้งนี้ขึ้นกับสภาพท้องถิ่นที่ปลูก และความแตกต่างในรายละเอียดของต้นไม้ด้วย เช่น ใบเล็ก ใบใหญ่ ใบเขียวอ่อน หรือเขียวแก่ สีของเปลือก เป็นต้น ในประเทศไทยนิยมใช้ต้นไม้ต่างชนิดกันเลี้ยงครั่ง ได้แก่ ก้ามปู ปันแถ สแกนา ไทร พะยูง ถั่วแระ ตะคร้อ ทองกวาว พุทรา สีเสียดเทศ พะยอมดง แตงกวา คาง เปล้า กางขี้มอด มะเดื่ออุทุมพร เลียงผึ้ง หลังคำ รัง มะคำไก่ ฉนวน ถ่อน มะแฮะนก เครือกำจาย ปอยาบอินเดีย พุทราป่า ไฮหมี้ (ไทรใบขนุน) เป็นต้น
การปล่อยครั่งเพาะเลี้ยง

ต้นไม้ที่จะปล่อยครั่งเพาะเลี้ยง จะต้องได้รับการรานกิ่ง และตบแต่งกิ่งล่วงหน้าให้ถูกวิธีการ ระยะเวลาในการตัดแต่งกิ่งล่วงหน้าขึ้นอยู่กับชนิดของต้นไม้ ต้นไม้บางชนิดต้องตบแต่งกิ่งล่วงหน้าเพียง ๖ เดือน และบางชนิดต้องใช้เวลาถึง ๑๘ เดือน เพื่อให้ได้กิ่งอวบอ่อนพอดี ลูกครั่งไม่สามารถใช้งวงเจาะไชลงไปบนเปลือกที่แข็งๆ ได้ ดังนั้นจึงอาศัยดูดกินบนกิ่งที่อวบอ่อน การตัดแต่งกิ่งนอกจากจะทำให้ได้กิ่งที่อวบอ่อนแล้ว ยังมีวัตถุประสงค์ให้เรือนยอดกว้าง มีกิ่งแตกใหม่จำนวนมาก เพื่อให้มีพื้นที่สำหรับครั่งเกาะมากๆ จะได้มีผลผลิตครั่งสูง

ครั่งพันธุ์ที่ใช้ปล่อย

จะต้องได้รับการคัดเลือกเฉพาะครั่งพันธุ์ที่สมบูรณ์ปราศจากแมลงรบกวน และแก่พอดี ก่อนที่ลูกครั่งจะคลานออกจากซากรังเก่า ไม่เกิน ๗ วัน โดยสังเกตจากผิวภายนอกรังครั่งจะมีรอยแตกร้าวเป็นตอนๆ ประมาณ ๒-๓ สัปดาห์ ก่อนจะถึงเวลาที่ครั่งจะออกตัวอ่อน และจะสังเกตเห็นจุดสีเหลืองส้มโตขึ้นบริเวณผิวภายนอก เมื่อบิรังครั่งภายในจะเห็นช่องว่าง สำหรับลูกครั่ง เตรียมพร้อมที่จะคลานออกจากซากรังเก่า
ตัดครั่งพันธุ์เป็นท่อน ยาวท่อนละประมาณ ๖-๗ นิ้ว แล้วนำไปห่อฟาง และผูกเป็นคู่ๆ ไปแขวนคร่อมไว้บนกิ่งไม้ที่จะใช้เลี้ยงครั่ง หรือใช้ท่อนครั่งพันธุ์ผูกให้ขนานกับความยาวของกิ่ง ปล่อยให้ตัวอ่อนคลานไปตามความยาวของกิ่ง และฝังงวงลงไปที่เปลือกของกิ่งไม้ เพื่อดูดกินน้ำเลี้ยงของต้นไม้ เมื่อลูกครั่งกระจายเต็มกิ่งแล้ว ย้ายพันธุ์ไปกิ่งอื่นๆ ต้องปฏิบัติภายในเวลา ๒ สัปดาห์ แล้วจึงเก็บครั่งพันธุ์ลง ปริมาณครั่งพันธุ์ที่ใช้ปล่อยจะต้องพอดีกับขนาดของต้นไม้ด้วย ถ้าใช้ครั่งพันธุ์น้อยไปก็จะได้ผลผลิตน้อยไม่คุ้มกัน แต่ถ้าใช้ครั่งมากเกินไปต้นไม้ก็จะตาย ทั้งนี้ต้องการอาศัยความชำนาญเป็นพิเศษ โดยทั่วๆ ไปครั่งพันธุ์ยาว ๑ ฟุต จะกระจายไปบนกิ่งไม้ ๑๒-๒๕ ฟุต หรือครั่งพันธุ์ ๑ กิโลกรัมจะยาวประมาณ ๕-๑๐ ฟุต ไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ เช่น ตะคร้อ ก้ามปู ต้องใช้ครั่งพันธุ์ถึง ๕๐ กิโลกรัม เป็นต้น ครั่งพันธุ์ห่อฟาง
ครั่งพันธุ์ห่อฟาง
การตัดเก็บครั่ง

ชีพจักรของแมลงครั่งมีระยะเวลา ๖ เดือน ในปีหนึ่งจึงมีการตัดเก็บครั่ง ๒ ครั้ง คือ การตัดครั่งเพาะเลี้ยงในรอบฤดูร้อน ระหว่างเดือนพฤษภาคม- มิถุนายน และครั่งรอบฤดูฝนระหว่างเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน เป็นการตัดเก็บ เพื่อซื้อขาย และทำพันธุ์เพาะเลี้ยง ครั่งที่ตัดเก็บลงจากต้นไม้นั้นต้องตัดก่อนที่ลูกครั่งออกเป็นตัวประมาณ ๗ วัน เริ่มตัดกิ่งไม้ที่ครั่งจับทำรังจากกิ่งยอดๆ ลงมาหากิ่งที่อยู่ตอนล่าง แล้วรวบรวมทอนิ่งไม้ที่ตัดเฉพาะที่มีครั่งจับแยกไว้ต่างหาก คัดเลือกครั่งที่สมบูรณ์ปราศจากแมลงทำลายแยกไว้เป็นครั้งพันธุ์ ส่วนที่เหลือเป็นครั่งดิบที่นำมาซื้อขายกัน ให้รีบกระเทาะครั่งดิบออกจากกิ่งไม้เสียโดยเร็ว แล้วนำไปผึ่งตากให้แห้ง โดยเฉลี่ยให้บางๆ อย่างวางทับถมกัน เพราะจะทำให้ครั่งดิบติดกันเป็นพืด ยากต่อการทุบให้แตกเป็นก้อนเล็กๆ และทำให้เป็นครั่งเม็ดได้ยาก นอกจากนี้คุณภาพครั่งจะเสื่อมลงด้วย การเก็บครั่งดิบไว้ในโรงเก็บครั่งจะต้องฉีดยาป้องกันแมลงด้วย เนื่องจากมีแมลงศัตรูหลายชนิด โดยเฉพาะปลวกซึ่งเป็นปัญหาสำคัญในประเทศไทย

การเก็บครั่งดิบไว้เป็นเวลานาน จะทำให้ครั่งเสื่อมคุณภาพ ดังนั้น จึงควรแปรสภาพเป็นครั่งเม็ด ซึ่งเก็บได้ทนนานกว่า

การตัดครั่งทำพันธุ์

การตัดครั่งทำพันธุ์ที่ถูกวิธี เป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างหนึ่งในการเพาะเลี้ยงครั่ง กสิกรอาจทำการตัดเก็บครั่งพันธุ์ลงพร้อมกับครั่งดิบ ที่เป็นสินค้าขายตามที่ได้กล่าวมาแล้วก็ได้ หรือจะตัดไม้พร้อมกันก็ได้ โดยตัดครั่งที่จะซื้อขายกันลงเสียก่อนจะแก่เต็มที่ และมีลูกครั่งออกมาจากรัง สำหรับครั่งที่จะเก็บไว้เป็นครั่งพันธุ์ให้ปล่อยทิ้งไว้บนต้นไม้ก่อน จนกว่าครั่งจะเริ่มออกตัวอ่อน หรือก่อนออกตัวอ่อน ๓-๕ วันจึงตัดลงทำพันธุ์สำหรับปล่องครั่งเพาะเลี้ยงรอบต่อไป

การคาดคะเนวันที่ลูกครั่งออกตัว

สำหรับการคาดคะเนวันที่ลูกครั่งออกตัวนั้น ถ้าเป็นสวนครั่งขนาดเล็ก หรือที่มีการปล่อยเพียงเล็กน้อย ควรปล่อยไว้จนเห็นลูกครั่งเริ่มคลานออกจากรังก่อน แล้วจึงตัดเก็บครั่งพันธุ์ลงปล่อยทันทีบนต้นไม้ที่จะ เพาะเลี้ยงครั่งในรอบต่อไป แต่ถ้าเป็นสวนครั่งขนาดใหญ่ การคาดคะเนวันที่ลูกครั่งออกตัวเป็นสิ่งสำคัญ อาจคาดคะเนได้โดยดูจากรูปร่างของครั่งตัวเมีย เมื่อนำรังครั่งบิดดูภายในเซลล์ ก่อนถึงเวลาออกตัวอ่อน ๓-๔ สัปดาห์ จะพบตัวเมียเปลี่ยนรูปเป็นลักษณะกลม และยิ่งใกล้เวลาเข้าไป ก็จะยิ่งกลมมากขึ้น และเห็นเป็นก้อนชัดขึ้น ต่อมาอีก ๒-๓ สัปดาห์ก่อนออกตัวอ่อน ผิวบริเวณภายนอกจะมีรอยแตกร้าวเห็นได้ชัด และก่อนจะออกตัวประมาณ ๒ สัปดาห์ รังครั่งจะเริ่มแห้ง และสามารถแกะออกจากกิ่งไม้ที่ครั่งจับทำรังได้ง่าย ต่อมาก่อนถึงวันลูกครั่งออกตัวประมาณ ๗ วัน ลักษณะสีผิวของรังครั่งเริ่มเปลี่ยนไปในบางจุด โดยมองเห็นเป็นจุดสีเหลืองส้ม และจุดสีเหลืองส้มนั้นจะโตขึ้นทุกวัน (จุดสีเหลืองส้มนั้นเกิดจากครั่งตัวเมีย ที่อยู่ภายในเริ่มหดตัวมากเข้า ทำให้เกิดช่องว่างภายในเซลล์ เมื่อส่องดู จึงเห็นเป็นจุดสีเหลืองส้ม) เมื่อจุดสีเหลืองส้มขยายตัวได้ประมาณ ๑/๓ ของผิวนอก จะเหลือเวลาประมาณ ๓-๕ วัน ก่อนครั่งออกตัวอ่อน และเมื่อขยายโตประมาณ ๑/๒ ของบริเวณผิวภายนอกจะเหลือเวลาประมาณ ๑-๒ วัน ลูกครั่งจะออกมา ถ้ามีไม้เลี้ยงครั่งมากก็ควรตัดก่อนประมาณ ๓-๕ วัน เพื่อจะได้เวลาพอที่จะตัดทอน ห่อครั่งพันธุ์ แล้วนำไปปล่อยบนต้นไม้ต้นต่อไป
การปล่อยครั่งพันธุ์ โดยการแขวนคร่อมไว้บนกิ่งไม้
การปล่อยครั่งพันธุ์ โดยการแขวนคร่อมไว้บนกิ่งไม้
การคาดคะเนวัดตัดครึ่งทำพันธุ์เป็นสิ่งสำคัญมาก เนื่องจากถ้าตัดครั่งที่ยังไม่แก่ลงทำพันธุ์นั้น จะทำให้ครั่งตัวเมียอ่อนแอ และมีจำนวนน้อย และถ้าหากตัดล่วงหน้าเป็นเวลานาน โดยที่ครั่งยังไม่แก่ จะไม่มีลูก ครั่งออกมา หรืออาจมีเพียงเล็กน้อย ทำให้ผลเสียหายในการเพาะเลี้ยงครั่งได้ แต่ถ้าตัดครั่งลงทำพันธุ์ช้าเกินไป ปล่อยไว้จนลูกครั่งคลานออกมาจากรังหมดแล้วจึงตัด ลูกครั่งก็จะตายได้ และไม่มีลูกครั่งเหลือพอปล่อยเพาะเลี้ยงในรอบต่อไป
ครั่งที่ตัดลงจากกิ่งไม้
ครั่งที่ตัดลงจากกิ่งไม้
การขนส่งครั่งพันธุ์

ครั่งพันธุ์ในระหว่างขนส่งไปไกล ให้บรรจุลงในเข่งตาโปร่ง หรือตะกร้าไม้ไผ่ แล้วทอดเป็นท่อนๆ วางอย่าให้ทับกันแน่น โดยวางท่อนครั่งพันธุ์ให้โปร่งไขว้ไปมา เพื่อให้อากาศถ่ายเทได้ และเอาฝาเปิดปากเข่งหรือภาชนะไว้อย่างโปร่งๆ ถ้าระยะทางไกลมาก ให้ตัดครั่งพันธุ์ก่อนออกตัวได้ไม่เกิน ๘-๑๐ วัน
หัวข้อก่อนหน้า หัวข้อถัดไป